หาซื้อได้จากที่ไหน?

ประวัติความสำเร็จของ BFGoodrich ในศึก Dakar Rally

ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา BFGoodrich คว้าชัยในรายการ Dakar Rally ไปแล้วถึง 16 ครั้ง ร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ถึง 5 แบรนด์

และในปี 2568 นี้ BFGoodrich พร้อมเดินหน้าคว้าชัยเป็นครั้งที่ 17 เพื่อเสริมตำนานบทใหม่ของยางแรลลี่ระดับโลก

ย้อนกลับไปชมโมเมนต์แห่งชัยชนะอันน่าจดจำของ BFGoodrich ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

2536:

แม้ว่า BFGoodrich จะเปิดตัวในวงการแข่งออฟโรดของสหรัฐอเมริกาในปี 2516 แต่ต้องใช้เวลาอีก 20 ปีก่อนที่ยางของแบรนด์จะได้เข้าร่วมการแข่งขันแรลลี่ครอสคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Dakar Rally เป็นครั้งแรก BFGoodrich คว้าแชมป์ FIA Cross-Country Rally 2WD World Cup ครั้งแรก ร่วมกับ Jean-Louis Schlesser และคว้าแชมป์ในรุ่นของ Paris-Dakar Rally

2542 – 2543:

แบรนด์อเมริกันอย่าง BFGoodrich คว้าชัยชนะใน Dakar ครั้งแรกในปี 2542 ร่วมกับนักแข่งชาวฝรั่งเศส Jean-Louis Schlesser และรถบั๊กกี้เครื่องยนต์ Renault ที่ติดตั้งยาง BFGoodrich ซึ่งแสดงสมรรถนะได้อย่างยอดเยี่ยมในภูมิประเทศแอฟริกาตะวันตก จนสามารถเอาชนะรถต้นแบบจาก Mitsubishi และ Nissan ได้ ในปี 2543 การแข่งขัน Dakar ครั้งที่ 22 วิ่งจากเมืองหลวงของเซเนกัลไปยังกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ และรถบั๊กกี้เครื่องยนต์ Renault ของ Schlesser พร้อมยาง BFGoodrich Baja T/A ก็ยังคงเป็นรถที่คู่แข่งต้องจับตามองเช่นเดิม

2545 – 2546:

ในปี 2545 แม้ว่า BFGoodrich จะไม่ได้ติดตั้งยางให้กับทีมโรงงานใด ๆ แต่ยางรุ่นใหม่ BFGoodrich Rock T/A ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถ 4x4 สมรรถนะสูง ก็สามารถคว้าชัยชนะใน Dakar ได้เป็นครั้งแรกในปี 2546 จากการขับของ Hiroshi Masuoka นักแข่งชาวญี่ปุ่นกับรถ Mitsubishi Pajero

2547:

ยาง BFGoodrich Rock T/A และรถ Mitsubishi ร่วมกันสร้างสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 จนถึง 2550

ในปีนี้ BFGoodrich คว้าชัยชนะ Dakar ร่วมกับ Stéphane Peterhansel (Mitsubishi Pajero) และยังมีรถที่ใช้ยาง BFGoodrich เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 2 และ 3 อีกด้วย

2548:

BFGoodrich คว้าแชมป์ Paris-Dakar Rally อีกครั้งกับ Stéphane Peterhansel (Mitsubishi Pajero)

2549:

ชัยชนะยังคงต่อเนื่อง เมื่อ Luc Alphand พา Mitsubishi Pajero / Montero Evo เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 พร้อมยาง BFGoodrich

2550:

Stéphane Peterhansel คว้าแชมป์ Paris-Dakar Rally อีกครั้งด้วย Mitsubishi Pajero / Montero Evo ที่ใช้ยาง BFGoodrich

2552:

หลังจากการแข่งขันในปี 2008 ถูกยกเลิก Dakar ได้ย้ายสนามแข่งจากแอฟริกาไปยังอเมริกาใต้ โดย BFGoodrich ได้เปิดตัวยางรุ่นใหม่ BFGoodrich All-Terrain ซึ่งออกแบบมาให้รองรับสมรรถนะของรถต้นแบบรุ่นใหม่ของ Mitsubishi และ Volkswagen รวมถึงตอบโจทย์สภาพภูมิประเทศสุดท้าทายในพื้นที่ใหม่ของการแข่งขัน BFGoodrich All-Terrain เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพา Giniel De Villiers จากทีม Volkswagen คว้าชัยชนะใน Dakar 2009

2553:

BFGoodrich เปิดตัวยาง All-Terrain+ รุ่นพัฒนาใหม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพา Carlos Sainz คว้าชัยให้กับทีมเดิมอีกครั้ง

2554:

Nasser Al-Attiyah พา Volkswagen คว้าชัยสามปีซ้อน ในปี 2554

2555:

หลังจากเคยคว้าชัยร่วมกับรถบั๊กกี้เครื่องยนต์ Renault, Mitsubishi Pajero และ Volkswagen Race Touareg แล้ว BFGoodrich กลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในปีนี้ ร่วมกับ Stéphane Peterhansel และรถ Mini ALL-4 Racing

2560:

BFGoodrich กลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในปี 2560 กับการคว้าชัยของ Stéphane Peterhansel (Peugeot 3008 DKR) ซึ่งนำทัพทีม Peugeot กวาดตำแหน่ง อันดับ 1–2–3 ทำให้ BFGoodrich คว้าชัย Dakar ครั้งที่ 13 ได้สำเร็จ

2561:

Carlos Sainz, ทีม Peugeot Sport และ BFGoodrich® คว้าชัยในการแข่งขัน Dakar 2561 ซึ่งจบลงที่เมืองคอร์โดบา ประเทศอาร์เจนตินา

2562:

Dakar ปี 2562 เป็นปีแรกที่ Toyota Gazoo Racing คว้าชัยชนะในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยมี Nasser Al-Attiyah เป็นผู้พาทีมคว้าแชมป์ ซึ่งนับเป็นชัยชนะครั้งที่ 3 ของเขาใน Dakar

2563:

ปี 2563 BFGoodrich ฉลองชัยชนะในรายการ Dakar เป็นครั้งที่ 16 ร่วมกับ Carlos Sainz และทีม Mini X-Raid

2565:

แม้ว่า BFGoodrich จะมีบทบาทในวงการแข่งออฟโรดของสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2516

แต่แบรนด์สัญชาติอเมริกันนี้ต้องใช้เวลากว่าสองทศวรรษ กว่าจะได้สัมผัสกับสนามแข่งแรลลี่ทางไกลที่ยาวและโหดที่สุดในโลกอย่าง Dakar Rally — ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2565

2566:

การแข่งขัน Dakar Rally ครั้งที่ 45 จัดขึ้นท่ามกลางทะเลทรายของประเทศซาอุดิอาระเบีย ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึง 15 มกราคม 2566 เส้นทางการแข่งขันเริ่มต้นจากชายฝั่งทะเลแดง (Red Sea) ทางตะวันตกของประเทศ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งอ่าวอาหรับ ณ เมือง ดัมมัม (Dammam) ทางตะวันออก โดยมีระยะทางอันท้าทายผ่านภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งประเทศ