หาซื้อได้จากที่ไหน?

เจาะลึกยาง A/T คืออะไร? เทียบความต่างยาง H/T และ M/T พร้อมวิธีเลือกให้ตรงสไตล์คุณ

รถกระบะ รถเอสยูวี (SUV) และรถพีพีวี (PPV) ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) ได้รับความนิยมจากนักขับสายลุยชาวไทยอย่างแพร่หลาย หลายคนเมื่อรับรถมาแล้วจึงอยากเพิ่มสมรรถนะการลุย พร้อมเสริมลุคให้ดูสวยเท่ดุดันยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนมาใช้ยาง A/T ให้รถดูแล้วทรงลงตัวมากขึ้น  
 
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังคงมีคำถามตามมาว่าแท้จริงแล้ว ยาง A/T คืออะไร เหมาะกับการใช้งานสไตล์ไหนมากที่สุด รวมถึงมีความแตกต่างจากยาง H/T หรือยาง M/T อย่างไร เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกยางชุดใหม่ได้ตรงกับไลฟ์สไตล์การขับขี่มากที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปไขข้อข้องใจทั้งหมดอย่างครบถ้วน

ยาง A/T (All-Terrain) คืออะไร? ทำไมถึงเป็นขวัญใจสายลุยและคนใช้รถ 4x4

หากถามว่ายาง A/T คืออะไร คำตอบที่ตรงตัวที่สุดคือ All-Terrain Tyre หรือยางที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโครงสร้างมาเพื่อรับมือกับ "ทุกสภาพพื้นผิว" ไม่ว่าจะเป็นถนนคอนกรีตเรียบในเมือง ทางหลวงลงภาคใต้ ร่องแทร็กดินโคลน เส้นทางหินกรวด หรือเนินทรายยามออกทริปแคมปิ้ง

ยางประเภทนี้ถูกยกให้เป็น ยางอเนกประสงค์แบบ 50/50 (ออนโรด 50% / ออฟโรด 50%) ที่ผสมผสานความนุ่มนวลและเงียบพอดีบนทางเรียบ เข้ากับสมรรถนะการตะกุยทางฝุ่นและความทรหดทนทานได้อย่างลงตัว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยาง A/T ถึงกลายเป็นตัวเลือกแรกที่คนขับรถกระบะ 4x4, รถ SUV และรถ PPV นิยมเปลี่ยนใส่แทนยางติดรถจากโรงงาน

5 คุณสมบัติเด่นเชิงโครงสร้างที่ทำให้ยาง A/T เหนือชั้นบนทุกเส้นทาง

1. ดอกยางแบบ Open Tread บล็อกใหญ่ สลัดโคลนไว รีดน้ำดี

ยาง A/T ออกแบบลายดอกยางให้เป็นบล็อกขนาดใหญ่ หนา และมีระยะห่างระหว่างร่องยางกว้างกว่ายางทางหลวงทั่วไป ร่องยางแบบเปิดนี้ช่วยทำหน้าที่สลัดดินโคลน เศษหิน และรีดน้ำออกจากหน้าสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดปัญหาล้อหมุนฟรียามลุยโคลน และลดอาการเหินน้ำบนถนนลาดยางยามฝนตก

2. แก้มยางเสริมความแข็งแกร่งพิเศษ

บาดแผลส่วนใหญ่ยามลุยออฟโรดมักเกิดที่แก้มยางจากการโดนหินคมหรือกิ่งไม้บาด ยาง A/T จึงได้รับการเสริมชั้นผ้าใบพิเศษและเพิ่มความหนาของแก้มยาง พร้อมออกแบบไหล่ยาง (Shoulder Blocks) ให้มีบั้งช่วยเพิ่มแรงตะกุยข้างยามขับผ่านร่องรอยไถ หรือยามที่ต้องปล่อยลมยางลงเพื่อขับบนพื้นทรายนุ่มๆ

3. สูตรเนื้อยางทนทานต่อการขัดถูและหลุดร่อน

การขับขี่บนทางออฟโรดต้องเจอทั้งหินคมและพื้นผิวขรุขระ ยาง A/T จึงเลือกใช้สูตรเนื้อยางสังเคราะห์พิเศษที่ทนทานต่อการถูกบาด การฉีกขาด และอาการดอกยางหลุดร่อนเป็นแผ่น ทำให้ดอกยางสึกหรอช้า ยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่ายางออฟโรดประเภทอื่น

4. มีร่องดอกยางที่ช่วยลดปรับสเปกตรัมเสียง ช่วยให้ควบคุมทางเรียบมั่นใจ

แม้มองภายนอกดอกยางจะดูใหญ่โหด แต่ภายในร่องดอกยางจะมีการแทรกร่องรอยตัดเล็กๆ ที่ช่วยล็อกตัวบล็อกดอกยางไม่ให้โยนตัวยามเข้าโค้ง ช่วยให้การบังคับเลี้ยวบนทางหลวงมีความแม่นยำ ระยะเบรกบนถนนแห้งและเปียกทำได้น่าประทับใจ พร้อมทั้งปรับมุมดอกยางเพื่อลดระดับเสียงบดถนนไม่ให้ดังรบกวนเข้ามาในห้องโดยสารจนเกินไป

5. สไตล์ดุดัน เสริมลุคตัวรถให้ดูเท่ทรงพลัง

นอกเหนือจากเรื่องสมรรถนะแล้ว มิติทางด้านดีไซน์คืออีกหนึ่งเหตุผลหลักที่สายลุยเลือกใช้ ยาง A/T มาพร้อมขอบแก้มยางที่ดูบึกบึน ดอกยางหน้ากว้าง บางรุ่นมาพร้อมตัวหนังสือสีขาวนูน (White Letters) บนขอบยาง ช่วยเปลี่ยนรูปโฉมรถกระบะหรือ SUV เดิมๆ ให้ดูเป็นรถสายลุยพันธุ์แท้ได้อย่างทันตาเห็น

แนะนำยาง A/T ยอดนิยมจาก BFGOODRICH

BFGoodrich All-Terrain T/A KO3 สุดยอดแห่งยาง A/T ระดับตำนานที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น KO2 ยอดฮิตระดับโลก ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รถกระบะยกสูง กระบะ 4x4, PPV และ SUV 4WD สายลุยที่ต้องการสมรรถนะการใช้งานแบบ 50/50 อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมาพร้อมคุณสมบัติเหล่านี้

  1. แก้มยางแข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น: นำเอาเทคโนโลยี CoreGard สเปกเดียวกับยางแข่งออฟโรดระดับโลกมาพัฒนา ป้องกันแก้มยางจากการถูกหินคมปัดบาดและฉีกขาดได้ดีเยี่ยม 

  1. ยึดเกาะและสลัดโคลนได้ดียิ่งกว่าเดิม: ลายดอกยางใหม่พร้อมขอบบั้งไหล่ยางทรงซี่เลื่อย ช่วยเพิ่มแรงตะกุยบนพื้นโคลน ดินฝุ่น และโขดหิน พร้อมร่องสลัดดินโคลนอัดแน่นได้อย่างรวดเร็ว 

  1. อายุการใช้งานยาวนานและสึกหรอสม่ำเสมอ: พัฒนาสูตรเนื้อยางสังเคราะห์ใหม่ที่ช่วยกระจายแรงกดบนหน้าสัมผัสอย่างทั่วถึง ลดการสึกหรอของดอกยางก่อนเวลาอันควรเมื่อขับขี่บนถนนคอนกรีตและทางหลวง ลุยได้อย่างคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน 

ยาง A/T ต่างกับยาง H/T และ M/T อย่างไร? เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน

สำหรับผู้ใช้รถกระบะ รถเอสยูวี หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อหลายคน อาจจะกำลังลังเลและไม่แน่ใจว่าไลฟ์สไตล์การขับขี่ของตัวเองเหมาะกับยางประเภทไหนกันแน่ บางคนลังเลว่าจะใช้งานยางมาตรฐาน H/T ที่ติดมาจากโรงงานต่อไปดีไหม หรือควรอัปเกรดขึ้นมาเป็นยาง A/T เพื่อรองรับการลุยทริปวันหยุด หรือแม้กระทั่งสายลุยบางคนที่กำลังชั่งใจว่าควรข้ามขั้นไปเล่นยาง M/T สายออฟโรดพันธุ์แท้ไปเลยดีหรือไม่

ดังนั้น เพื่อให้คุณมองเห็นภาพได้ชัดเจนและตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ยาง AT, MT, และ HT คืออะไร และยาง A/T กับ H/T ต่างกันอย่างไร รวมถึงต่างจากยาง M/T แค่ไหน ซึ่งการเปรียบเทียบจากสเปก จุดเด่น-จุดด้อย และลักษณะการใช้งานจริงด้านล่างนี้ จะช่วยให้คุณเห็นความต่างได้อย่างมั่นใจก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าเปลี่ยนยางชุดใหม่

ตารางเปรียบเทียบความต่างระหว่าง ยาง H/T vs ยาง A/T vs ยาง M/T

คุณสมบัติ / ประเภทยาง 

ยาง H/T (Highway Terrain) 

ยาง A/T (All-Terrain) 

ยาง M/T (Mud Terrain) 

สัดส่วน ทางเรียบ : ออฟโรด 

90% : 10% (เน้นทางหลวง) 

50% : 50% (ลุยและทางเรียบ) 

10% : 90% (ลุยออฟโรดหนัก) 

ลักษณะดอกยาง 

ดอกละเอียด ร่องยางถี่ นุ่มเงียบ 

ดอกใหญ่หนา ร่องกว้างปานกลาง 

บั้งยางใหญ่ ร่องลึกและห่างมาก 

การยึดเกาะบนทางเรียบ 

🟢 ดีเยี่ยมที่สุด 

🟡 ดีน่าพอใจ 

🔴 ด้อยที่สุด (ระยะเบรกยาวขึ้น) 

การตะกุยทางโคลน/หิน 

🔴 ด้อย (ล้อหมุนฟรีง่าย) 

🟡 ปานกลาง-ดี 

🟢 ดีเยี่ยมที่สุด สลัดโคลนไว 

ระดับเสียงรบกวน 

🟢 เงียบที่สุด 

🟡 ดังปานกลาง (เสียงบดถนน) 

🔴 ดังมาก มีเสียงหอนยามวิ่งเร็ว 

การประหยัดน้ำมัน 

🟢 ประหยัดที่สุด (ต้านการหมุนต่ำ) 

🟡 ปานกลาง 

🔴 สิ้นเปลืองที่สุด (ยางน้ำหนักมาก) 

รถที่เหมาะสม 

รถเก๋ง, รถครอสโอเวอร์, กระบะปกติและยกสูง 

กระบะ 4x4, PPV, รถสายแคมปิ้ง 

รถออฟโรดแต่งเต็ม, รถแข่งขัน 

ยาง BFGOODRICH ที่เหมาะกับ การขับขี่ออนโรดและออฟโรด

ที่สุดแห่งยาง M/T, A/T และยางอื่นๆ ที่เหมาะกับการขับขี่บนถนนและทางออฟโรด

เลือกยางสำหรับรถกระบะและเอสยูวีอย่างไรให้ตอบโจทย์การขับขี่ที่สุด

ยาง H/T (Highway Terrain) คืออะไร เหมาะกับสายนุ่มเงียบที่เน้นทางเรียบเป็นหลักใช่ไหม?

หากคุณกำลังสงสัยว่ายาง HT คืออะไร และเหตุใดรถยนต์ใหม่ที่เพิ่งออกจากโชว์รูมส่วนใหญ่ถึงมักติดตั้งยางประเภทนี้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คำตอบคือ ยาง H/T หรือ Highway Terrain เป็นยางที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเน้นการใช้งานบนถนนหลวงและทางเรียบเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถครอสโอเวอร์ รถเอสยูวีสำหรับครอบครัว ไปจนถึงรถกระบะที่เน้นขับขี่ในเมือง ยางประเภทนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความนุ่มนวล เงียบ และประหยัด ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางในชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและปลอดภัยสูงสุด


  • การยึดเกาะถนนเรียบดีเยี่ยม ทั้งทางแห้งและทางเปียก: โครงสร้างหน้าสัมผัสยางและบล็อกดอกยางถูกจัดวางอย่างถี่ถ้วน ทำให้เนื้อยางแนบสนิทกับพื้นถนนคอนกรีตและถนนลาดยางได้อย่างเต็มหน้า ส่งผลให้การบังคับควบคุม พวงมาลัยที่แม่นยำ และระยะเบรกฉุกเฉินทำได้สั้นกระชับน่าประทับใจที่สุดในบรรดายางทุกประเภท
     

  • ความนุ่มนวลสูง และสร้างเสียงรบกวนน้อยที่สุด: ลายดอกยางที่มีความละเอียดและถี่กว่า พร้อมสูตรเนื้อยางที่เน้นความยืดหยุ่น ช่วยซับแรงกระแทกจากรอยต่อถนน สะพาน หรือลูกระนาดได้เนียนกริบ รวมถึงช่วยลดการซ้อนทับของคลื่นเสียงขณะยางบดถนน ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบ เหมาะกับการเดินทางไกลของครอบครัว
     

  • ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชัดเจน: ยาง H/T มีน้ำหนักตัวยางที่เบากว่ายางสายลุยประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด และมียอดคุณสมบัติด้านแรงต้านการหมุน (Rolling Resistance) ต่ำที่สุด เครื่องยนต์จึงไม่ต้องออกแรงภาระหนักยามเร่งความเร็ว ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม

แนะนำยาง H/T ยอดนิยมจาก BFGOODRICH

BFGoodrich Advantage Touring ยาง H/T สมรรถนะสูงสำหรับรถเก๋ง รถครอสโอเวอร์ และรถเอสยูวี ที่ต้องการยกระดับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน มอบการทรงตัวที่มั่นคง เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ พร้อมร่องรีดน้ำขนาดใหญ่ที่ช่วยป้องกันการเหินน้ำยามฝนตกหนัก นุ่มเงียบสบายตลอดเส้นทาง และคงความคุ้มค่าทนทานยาวนานตลอดอายุการใช้งาน

BFGoodrich Trail-Terrain T/A ยางทางเลือกใหม่สำหรับคนใช้รถกระบะ 4x4, PPV และ SUV ที่ชอบความนุ่มเงียบและขับสบายแบบยาง H/T ยามวิ่งบนทางหลวงข้ามจังหวัด แต่ก็พร้อมออกไปลุยทางฝุ่น ร่องหินขรุขระ หรือเส้นทางแคมปิ้งธรรมชาติในวันหยุดได้ทันที ด้วยเทคโนโลยีร่องดอกยางแบบ 3D ที่จับถนนได้ดี โครงสร้างแก้มยางแข็งแกร่ง พร้อมขอบแก้มยางที่มีให้เลือกทั้งแบบสีดำเรียบหรูและแบบตัวอักษรสีขาวนูน ที่เหมาะกับสไตล์รถออฟโรดสายลุย

ยาง M/T (Mud Terrain) คืออะไร เหมาะขาลุยตัวจริง สายออฟโรด 4x4 แบบฮาร์ดคอร์ขนาดไหน?

หากคุณกำลังสงสัยว่ายาง M/T คืออะไร คำตอบสั้นๆ ที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดคือ Mud Terrain หรือยางที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างมาเพื่อรับมือกับเส้นทางออฟโรดระดับหฤโหดโดยเฉพาะ ยางประเภทนี้เปรียบเสมือนรองเท้าคอมแบทสายลุยหนักของรถกระบะ 4x4 และรถเอสยูวีสายผจญภัย เหมาะสำหรับนักขับที่ต้องลุยผ่านเส้นทางดินโคลนลึก ร่องรอยไถชัน พื้นหินกรวดขนาดใหญ่ หรือการบุกเบิกเส้นทางธรรมชาติที่ยางทั่วไปไม่สามารถผ่านไปได้


  • พลังการตะกุยและระบบสลัดโคลนระดับสูงสุด: หน้าลวดลายของยาง M/T จะโดดเด่นด้วยบั้งดอกยางขนาดใหญ่มาก พร้อมร่องยางที่ลึกและกว้างกว่าปกติหลายเท่า โครงสร้างนี้ช่วยให้ยางสลัดดินโคลนและเศษหินออกจากร่องยางได้อย่างรวดเร็วขณะล้อหมุน ป้องกันปัญหาโคลนพอกหนาจนยางหมดแรงตะกุย ช่วยให้รถขับเคลื่อนผ่านทางโคลนดูดหรือเนินทรายได้อย่างติดหล่มยาก
     

  • ความทนทานเชิงโครงสร้าง ป้องกันบาดแผลขั้นสูงสุด: พื้นผิวออฟโรดมักเต็มไปด้วยอุปสรรคอันตราย ยาง M/T จึงได้รับการเสริมความหนาของชั้นผ้าใบและเนื้อยางทั้งบริเวณหน้าสัมผัสและแก้มยางเป็นพิเศษ ช่วยทนทานต่อการถูกหินคมบาด ตอไม้แทง หรือแรงขัดถูรุนแรงยามปีนป่าย ลดความเสี่ยงยางระเบิดหรือรั่วซึมกลางป่า
     

  • พลังการปีนป่ายไต่โขดหิน: บริเวณไหล่ยาง M/T มักได้รับการออกแบบบั้งยางให้ยื่นออกมาเป็นพิเศษ เมื่อผู้ขับขี่ปล่อยลมยางลงเพื่อเพิ่มหน้าสัมผัสบนทางหิน บล็อกยางด้านข้างนี้จะทำหน้าที่ยึดเกาะและปีนป่ายโขดหินได้อย่างทรงพลัง

ข้อควรทราบและการปรับตัวก่อนตัดสินใจใช้ยาง M/T บนถนนทางเรียบ

แม้จะเป็นราชาบนทางฝุ่นและโคลน แต่ด้วยการออกแบบที่เน้นสมรรถนะออฟโรดสุดขั้ว การนำยาง M/T มาใช้งานบนถนนคอนกรีตหรือทางหลวงลาดยาง จึงมีข้อจำกัดที่ผู้ใช้รถต้องยอมรับและเข้าใจไว้ดังนี้


  • เสียงดังหอนเข้ามาในห้องโดยสาร: ช่องว่างระหว่างบั้งยางที่กว้างจะอัดอากาศยามล้อหมุนด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดเสียงบดถนนดังเข้ามาในห้องโดยสารอย่างชัดเจน

  • ระยะเบรกบนทางเรียบยาวขึ้น: ดอกยางที่หนาและแข็งกว่า ส่งผลให้การยึดเกาะบนถนนลาดยางเปียกหรือทางแห้งทำได้น้อยกว่ายาง H/T และ A/T รวมถึงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ

  • อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงขึ้น: ยาง M/T มีน้ำหนักตัวยางมากที่สุดและมีแรงต้านการหมุนสูง ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องใช้กำลังมากขึ้นในการหมุนล้อ จึงกินน้ำมันมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

แนะนำยาง M/T ยอดนิยมระดับตำนานจาก BFGOODRICH

BFGoodrich Mud-Terrain T/A KM3ยอดแห่งยาง M/T ที่สร้างขึ้นจาก DNA ยางแข่งออฟโรดระดับโลกอย่างสนาม Baja 1000 ช่วยให้นักขับสายฮาร์ดคอร์ก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้อย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยี CoreGard Max ที่เสริมความหนาและเหนียวแน่นของแก้มยาง ช่วยทนทานต่อการปัดบาดและฉีกขาดเพิ่มขึ้นถึง 27% พร้อมสูตรเนื้อยาง Krawl-Tech ที่เพิ่มแรงยึดเกาะยามไต่โขดหิน และร่อง Mud-Phobic Bars ที่ช่วยสลัดโคลนอัดแน่นออกจากร่องยางได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกทริปออฟโรดกลายเป็นการผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

สรุปวิธีเลือกประเภทยางให้ตรงกับรถของคุณ

แน่นอนว่าการเลือกเปลี่ยนยางชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นยาง H/T, A/T หรือ M/T ควรตัดสินใจจากเส้นทางและรูปแบบการใช้งานจริงของคุณ เพื่อให้ได้ทั้งความคุ้มค่า สมรรถนะที่ตอบโจทย์ และความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง


  1. เลือกยาง H/T: หากคุณใช้งานรถในเมืองเป็นหลัก ขับบนทางหลวงข้ามจังหวัด 80–90% ต้องการความนุ่มนวล ห้องโดยสารเงียบ และช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 

  1. เลือกยาง A/T: หากคุณต้องการสมรรถนะที่สมดุลแบบ 50/50 ใช้งานในชีวิตประจำวันวันธรรมดาได้อย่างมั่นใจ และพร้อมลุยทริปแคมปิ้ง ทางฝุ่น ร่องหินขรุขระในวันหยุด รวมถึงชอบมิติตัวรถที่ดูสวย เท่ ดุดัน 

  1. เลือกยาง M/T: หากคุณคือขาลุยออฟโรดฮาร์ดคอร์ เข้าพื้นที่ทุรกันดาร ลุยโคลนลึก บุกเบิกเส้นทางธรรมชาติเป็นประจำ และยอมรับเรื่องเสียงดังยามวิ่งบนถนนทางเรียบได้ 

สัมผัสสมรรถนะยาง H/T, A/T และ M/T ของ BFGOODRICH ที่ศูนย์บริการชั้นนำใกล้บ้านคุณ

หากคุณตัดสินใจได้แล้วว่ายางประเภทไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับรถคุณ หรือยังต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเปลี่ยนยาง สามารถแวะเข้ารับบริการและเลือกซื้อยาง BFGoodrich ได้ที่ TYREPLUS ศูนย์บริการรถยนต์และยางรถยนต์ครบวงจร ตลอดจนตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ BFGoodrich ทั่วประเทศ

ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำขนาดและรุ่นยางที่เหมาะสมที่สุดกับรถของคุณ พร้อมให้บริการถ่วงล้อ ตั้งศูนย์ และติดตั้งด้วยอุปกรณ์มาตรฐานสากล เพื่อให้คุณออกไปเผชิญทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล

ใช้ยาง H/T, A/T, และ M/T ของ BFGOODRICH ได้มั่นใจด้วยการรับประกันที่ยาวนาน

BFGoodrich เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานยางทุกรุ่นของเราไปอีกขั้น ด้วยการรับประกันยางเป็นเวลา 6 ปี นับจากวันที่ซื้อ พร้อมด้วยการรับประกันยางบาด, บวด, แตก, และตำ ภายใน 100 วันแรกหลังจากซื้อยางรถยนต์ โดยคุณสามารถศึกษารายละเอียดการรับประกันยางได้ที่ปุ่มด้านล่างนี้

เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขับขี่และดูแลรักษารถกระบะหรือเอสยูวี 4X4