หาซื้อได้จากที่ไหน?

คู่มือขับรถทางไกลให้ปลอดภัยและไม่เหนื่อย พร้อมเช็กลิสต์ 10 ข้อเพื่อเตรียมรถก่อนออกเดินทาง

หากใครมีธุระที่ต้องขับรถทางไกลข้ามจังหวัดหรือเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวบนเส้นทางหลวงและถนนปกติ ก่อนหน้านั้นก็จำเป็นต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและลดความเมื่อยล้าสะสม การเตรียมความพร้อมเริ่มต้นจากการทำเช็กลิสต์เตรียมรถอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบระบบสำคัญให้พร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศและสภาพผิวถนนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นถนนที่ร้อนจัดหรือเส้นทางเปียกลื่นจากฝนที่ตกกะทันหัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุร้ายแรงและป้องกันเหตุขัดข้องที่อาจขัดจังหวะความสุขในการเดินทาง

นอกจากการวางแผนเส้นทางแล้ว หัวใจสำคัญของการเดินทางบนทางเรียบคือการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่สอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริง เพราะยางคือส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา สำหรับนักเดินทางที่เน้นการขับขี่บนถนนลาดยางเป็นหลัก การเลือกยางที่มอบระยะเบรกที่มั่นใจ การยึดเกาะถนนเปียกที่ดี และความนุ่มสบายภายในห้องโดยสารคือสิ่งจำเป็น ยาง H/T อย่าง BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING จึงเป็นคำตอบที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการขับขี่บนถนนปกติให้มีความสุนทรีย์และคุ้มค่า

เพื่อไม่ให้เสียเวลา BFGOODRICH จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าเวลาขับรถเดินทางไกลต้องพักรถกี่นาทีจึงจะเหมาะสม ตลอดจนเช็กลิสต์ตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถยนต์ก่อนเริ่มเดินทาง

ไขข้อสงสัยขับรถทางไกลพักรถกี่นาที เพื่อถนอมเครื่องยนต์และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่

เราอยากให้คุณจำไว้เสมอว่าเวลาที่จะเดินทางออกทริปท่องเที่ยวหรือการขนส่งสินค้าด้วยการขับรถทางไกล นั่นไม่ใช่เพียงแค่การประคองพวงมาลัยไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการบริหารจัดการพละกำลังของทั้งคนและรถ ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหนึ่งในคำถามที่นักเดินทางมักสงสัยมากที่สุดก็คือเวลาขับรถทางไกลควรพักรถกี่นาที และควรหยุดพักที่ระยะทางเท่าไร เพื่อให้การเดินทางครั้งนั้นราบรื่นและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุหรือเครื่องยนต์ขัดข้องกลางทาง

dh7dg3sf8iyq1qy25941lj6p onroadhonda max full

ไขข้อสงสัยขับรถทางไกลพักรถกี่นาที เพื่อถนอมเครื่องยนต์และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่

เราอยากให้คุณจำไว้เสมอว่าเวลาที่จะเดินทางออกทริปท่องเที่ยวหรือการขนส่งสินค้าด้วยการขับรถทางไกล นั่นไม่ใช่เพียงแค่การประคองพวงมาลัยไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการบริหารจัดการพละกำลังของทั้งคนและรถ ให้ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหนึ่งในคำถามที่นักเดินทางมักสงสัยมากที่สุดก็คือเวลาขับรถทางไกลควรพักรถกี่นาที และควรหยุดพักที่ระยะทางเท่าไร เพื่อให้การเดินทางครั้งนั้นราบรื่นและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุหรือเครื่องยนต์ขัดข้องกลางทาง

ควรหยุดพักรถและพักคนตอนไหนและนานเท่าไรถึงจะดีที่สุด?

หัวใจสำคัญของการหยุดพักระหว่างทางคือการตัดวงจรความเหนื่อยล้าก่อนที่สมาธิของผู้ขับขี่จะลดลง และเป็นการระบายความร้อนสะสมออกจากชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของรถยนต์ รวมถึงหน้ายางที่ต้องเสียดสีกับพื้นถนนต่อเนื่อง โดย BFGOODRICH ขอสรุปเกณฑ์การพักรถที่เหมาะสมตามระยะทางและเวลาดังนี้

ระยะทาง / ระยะเวลาระยะเวลาการพักที่แนะนำวัตถุประสงค์หลัก
150 - 200 กม. หรือทุก 2 ชั่วโมง15 - 20 นาทีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด: เพื่อให้ร่างกายได้ขยับเขยื้อนยืดเส้นยืดสาย คืนความสดชื่นด้วยเครื่องดื่ม และตรวจสอบสภาพยางเบื้องต้น
201 - 300 กม. หรือทุก 3 ชั่วโมง20 - 30 นาทีช่วงเฝ้าระวัง: ร่างกายจะเริ่มมีอาการล้าทางสายตาสะสม ควรหยุดพักเพื่อล้างหน้าหรือเปลี่ยนอิริยาบถนานขึ้น เพื่อป้องกันอาการวูบหลับใน
300 กม. ขึ้นไป หรือ 4 ชั่วโมงอย่างน้อย 45 - 60 นาทีจุดวิกฤต: หากขับต่อเนื่องเกิน 4 ชั่วโมง ความเร็วในการตัดสินใจจะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ควรหยุดพักยาวหรือสลับผู้ขับขี่ทันทีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Toyota Hilux Vigo white color drive on road with BFGoodrich KO3 A/T Tyres

ขับรถทางไกลมาแล้วตอนหยุดพักควรดับเครื่องยนต์ทันทีหรือไม่? เจาะลึกความแตกต่างของเครื่องยนต์

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสับสนคือเมื่อเข้าจุดพักรถแล้ว ควรดับเครื่องยนต์ทันทีหรือสตาร์ทรถทิ้งไว้ก่อนดีกว่ากัน ทั้งนี้ เราบอกได้แค่ว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องยนต์หรือขุมพลังในรถที่คุณขับ ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติที่แตกต่างกันชัดเจน

1. เครื่องยนต์เบนซิน (แบบไม่มีเทอร์โบ)

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหรือ City Car ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินทั่วไป ระบบระบายความร้อนมักจะมีความเสถียรสูงและจัดการความร้อนได้เร็ว เมื่อคุณขับเข้าสู่ปั๊มน้ำมันหรือจุดพักรถ สามารถลดความเร็วลงช้าๆ ในช่วงก่อนถึงที่จอด เพื่อให้ลมปะทะช่วยระบายความร้อนเบื้องต้น และสามารถดับเครื่องยนต์ได้ทันที โดยไม่ส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนภายใน

2. เครื่องยนต์ดีเซล และเครื่องยนต์ที่มีระบบเทอร์โบ (Turbocharger)

สำหรับรถกระบะสายลุยหรือรถ SUV เครื่องยนต์ดีเซลส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะติดตั้งเทอร์โบมาเพื่อเพิ่มแรงบิดและสมรรถนะ ซึ่งชิ้นส่วนนี้จะทำงานด้วยความเร็วรอบที่สูงมากและมีความร้อนสะสมมหาศาลขณะขับรถทางไกล

ข้อควรปฏิบัติ: เมื่อถึงจุดพักรถ ห้ามดับเครื่องยนต์ทันที ควรปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบเดินเบา (Idling) ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องยังคงไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงและระบายความร้อนออกจากแกนเทอร์โบ แต่หากคุณไม่อยากสตาร์ทรถทิ้งไว้ก่อนดับเครื่อง ก็แค่ลองลดความเร็วในช่วงก่อนที่จะขับถึงจุดพักให้อยู่ในช่วง 40-60 กม./ชม. สักระยะหนึ่ง เพื่อช่วยระบายความร้อน เท่าที่พอถึงจุดหมายก็สามารถดับเครื่องได้ทันที

ผลเสียหากดับทันที: น้ำมันเครื่องที่ค้างอยู่ในแกนเทอร์โบจะถูกความร้อนสูงแผดเผาจนกลายเป็นคราบเขม่าแข็ง ซึ่งจะส่งผลให้เทอร์โบเสียหายหรือแกนติดขัดในระยะยาวได้

3. กฎ 20-80 สำหรับพักรถไฟฟ้าและช่วยระบายความร้อนแบตเตอรี่

สำหรับการขับรถทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รูปแบบการหยุดพักจะมีความแตกต่างจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยหลักไม่ได้อยู่ที่การพักเพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการพลังงานในแบตเตอรี่และการรักษาประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนในระยะยาว

เพื่อให้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าลื่นไหลและถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ควรพิจารณาหลักการหยุดพักดังนี้

  • ซิงค์เวลาพักคนกับการชาร์จไฟ (DC Fast Charge): โดยทั่วไปการชาร์จไฟแบบเร็ว (DC) จาก 20% ถึง 80% จะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ร่างกายควรหยุดพักจากการขับขี่พอดี การหยุดพักในจังหวะนี้จะช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่ได้คลายความเครียดสะสม และรถยนต์ได้เติมพลังงานในจุดที่คุ้มค่าที่สุดของกราฟการชาร์จ

  • จัดการความร้อนสะสมของแบตเตอรี่: การขับขี่ต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย ส่งผลให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสูง การหยุดพักรถจะช่วยให้ระบบหล่อเย็นของชุดแบตเตอรี่ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดโอกาสที่ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) จะลดกำลังการขับเคลื่อนลงเพื่อป้องกันความเสียหาย และช่วยให้การชาร์จไฟทำได้มีประสิทธิภาพอีกด้วย

  • ตรวจสอบสภาพยางและแรงดันลม: รถยนต์ไฟฟ้ามีน้ำหนักตัวรถที่มากกว่ารถทั่วไปเนื่องจากชุดแบตเตอรี่มหาศาล และมีแรงบิดที่ส่งลงสู่ล้อทันทีที่เหยียบคันเร่ง การหยุดพักรถจึงเป็นโอกาสอันดีในการตรวจเช็กสภาพยางว่ามีการสึกหรอผิดปกติหรือไม่ ยาง BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING ที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งจะช่วยรองรับน้ำหนักและแรงบิดมหาศาลของรถ EV ได้อย่างมั่นคง ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่มั่นใจได้เสมอ

car test

เตรียมความพร้อมก่อนสตาร์ท ขับรถทางไกลเช็คอะไรบ้าง กับ 10 จุดสำคัญที่ห้ามมองข้าม

คำถามที่หลายคนมักถามบ่อยๆ ก่อนจะเริ่มทริปสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องขับรถทางไกลเช็คอะไรบ้าง ซึ่งอันที่จริงแล้วการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความรอบคอบเพื่อให้ครอบคลุมทุกระบบสำคัญที่ทำงานหนักขณะเดินทางไกล ไม่ว่ารถของคุณจะเป็นเครื่องยนต์สันดาปหรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พื้นฐานความปลอดภัยเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ห้ามละเลย

10 จุดต้องเช็ก ระบบหล่อลื่น, ระบบหล่อเย็น, แบตเตอรี่, ระบบเบรก, ไฟส่องสว่าง, ที่ปัดน้ำฝน, ช่วงล่าง, ลมยาง, ยางอะไหล่ และชุดเครื่องมือฉุกเฉิน

เพื่อให้การตรวจเช็กก่อน ขับรถทางไกล เป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วและชัดเจน BFGOODRICH ได้สรุปรายการตรวจสอบ 10 จุดสำคัญ โดยแยกรายละเอียดการดูแลระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไว้ในตารางด้านล่างนี้

ตารางสรุปเช็กลิสต์เตรียมรถก่อนเดินทางไกล (ICE vs EV)

จุดที่ต้องตรวจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE)รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
1. ระบบหล่อลื่นเช็กระดับน้ำมันเครื่องให้อยู่ในเกณฑ์ (Min-Max) และสังเกตสีน้ำมันเช็กน้ำมันเกียร์ไฟฟ้าตามระยะ เพื่อการหล่อลื่นมอเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ระบบหล่อเย็นตรวจน้ำยาหม้อน้ำเพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์ ป้องกันการ Overheatตรวจน้ำยาหล่อเย็นชุดแบตเตอรี่และอินเวอร์เตอร์ เพื่อรักษาอุณหภูมิระบบขับเคลื่อน
3. แบตเตอรี่เช็กแบตเตอรี่ 12V (ขั้วแบต/แรงดันไฟ) เพื่อการสตาร์ทและระบบไฟเช็กแบตเตอรี่ 12V และตรวจสอบ State of Health (SOH) ของแบตเตอรี่หลักผ่านแอปฯ
4. ระบบเบรกเช็กระดับน้ำมันเบรกและความหนาผ้าเบรก เพื่อความมั่นใจในการหยุดรถเช็กน้ำมันเบรกและผ้าเบรก รวมถึงตรวจสนิมที่จานเบรกจากการใช้ Regenerative Braking
5. ไฟส่องสว่างตรวจสอบไฟหน้า, ไฟท้าย, ไฟเบรก และไฟเลี้ยว ให้ทำงานปกติทุกดวงตรวจสอบระบบไฟรอบคันและไฟสถานะการชาร์จให้พร้อมทำงาน
6. ที่ปัดน้ำฝนเช็กสภาพยางปัดน้ำฝนและเติมน้ำฉีดกระจกให้เต็มถังพักเช็กสภาพยางปัดน้ำฝนและเติมน้ำฉีดกระจก (ทัศนวิสัยสำคัญมากสำหรับเซนเซอร์ช่วยขับขี่)
7. ช่วงล่างเช็ครอยรั่วซึมโช้คอัพและอาการพวงมาลัยดึงซ้าย-ขวาเน้นเช็กบูชยางและลูกหมาก เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักมากจากชุดแบตเตอรี่
8. ลมยางและดอกยางเพิ่มลมยาง 2-3 PSI จากค่าปกติ เพื่อลดความร้อนสะสมเมื่อวิ่งทางไกลเพิ่มลมยางตามสเปก (มักสูงกว่ารถทั่วไป) เพื่อรองรับน้ำหนักและแรงบิดมหาศาล
9. ยางอะไหล่ / ชุดซ่อมตรวจเช็กแรงดันลมยางอะไหล่ให้พร้อมใช้งานทันทีตรวจสอบน้ำยาอุดรอยรั่วและปั๊มลมไฟฟ้า (เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีทางอะไหล่)
10. อุปกรณ์ฉุกเฉินเตรียมแม่แรง, บล็อกถอดล้อ และป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงเตรียมแม่แรง, ป้ายสามเหลี่ยม และสายชาร์จพกพา (Portable Charger/Adapter)
a7r03137

มั่นใจทุกการเดินทางทั่วไทยด้วยยาง BFGOODRICH เพื่อนคู่ใจที่พาคุณไปได้ไกลกว่าเดิม

พอมาถึงตรงนี้ คุณคงเข้าใจแล้วว่าการขับรถทางไกล ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์หรือความสะดวกสบายในห้องโดยสารเท่านั้น แต่ยางรถยนต์คือหัวใจสำคัญที่สุดของความปลอดภัย เนื่องจากเป็นอุปกรณ์เพียงหนึ่งเดียวที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อตัวรถเข้ากับพื้นผิวถนน การเลือกยางที่เหมาะสมจึงส่งผลโดยตรงต่อระยะเบรกและการยึดเกาะถนนในขณะเข้าโค้ง ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ผ่านการซับแรงสั่นสะเทือนและความเงียบสงบตลอดการเดินทาง ทำให้ทุกกิโลเมตรที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความมั่นใจ

BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING นิยามใหม่ของความคุ้มค่าเพื่อนักเดินทาง

สำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานบนถนนลาดยางและต้องการยางที่ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและงบประมาณ BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING คือยางที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ยางรุ่นนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเข้ากับความคุ้มค่าที่ยากจะหาตัวจับยากในตลาดปัจจุบัน

จุดเด่นที่ทำให้ BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING เป็นขวัญใจนักเดินทาง

  • ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่: ไม่ว่ารถของคุณจะเป็นรถเก๋งซิตี้คาร์ขนาดเล็ก รถซีดานขนาดกลาง หรือแม้แต่รถเอสยูวี (SUV) ยางรุ่นนี้มีขนาดไซส์ให้เลือกอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ขอบ 14 นิ้ว ไปจนถึงขอบ 20 นิ้ว รองรับรถยนต์หลากหลายยี่ห้อและหลายเซกเมนต์ในเมืองไทย

  • ประสิทธิภาพการยึดเกาะที่มั่นใจ: ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทั่วไปที่ต้องการสมรรถนะการควบคุมที่แม่นยำ ลายดอกยางถูกพัฒนาให้มีความสวยงามและทำหน้าที่รีดน้ำได้ดีเยี่ยม มอบระยะเบรกที่สั้นลงและเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาวะถนน

  • ความคุ้มค่าสูงสุดในราคาที่จับต้องได้ง่าย: BFGOODRICH เข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้รถที่มองหาผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกในราคาที่เป็นมิตร ยางรุ่นนี้จึงมุ่งเน้นที่ความทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และให้ความสุนทรีย์ในการขับขี่ที่คุ้มเกินราคา

  • ความเงียบและนุ่มนวล: ด้วยเทคโนโลยีการออกแบบดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากผิวถนน ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายสำหรับทุกคนในครอบครัว

ตารางขนาดไซส์ยางที่รองรับ

ขนาดขอบล้อ (นิ้ว)ประเภทรถที่เหมาะสมตัวอย่างรุ่นรถ
14 - 15รถเก๋งขนาดเล็ก / Eco CarHonda City, Toyota Yaris, Mazda 2
16 - 17รถซีดานขนาดกลาง / MPVToyota Corolla Altis, Honda Civic, Mitsubishi Xpander
18 - 20รถ SUV / รถยนต์อเนกประสงค์Honda CR-V, Toyota Fortuner, Mazda CX-5
127639657 s

ยาง BFGOODRICH ที่เหมาะกับ การขับขี่ออนโรดและออฟโรด

การเลือกติดตั้งยาง BFGOODRICH ADVANTAGE TOURING คือการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ประกอบการและผู้ใช้รถทั่วไปที่ต้องการเปลี่ยนการขับรถทางไกล ให้เป็นประสบการณ์ที่ราบรื่น ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว มั่นใจได้ว่าเพื่อนคู่ใจชุดนี้จะพาคุณไปได้ไกลและปลอดภัยในทุกเส้นทางทั่วไทย

เพื่อให้คุณได้ยางในขนาดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับรถของคุณมากที่สุด สามารถเข้ารับคำปรึกษาและติดตั้งได้ที่ศูนย์บริการ TYREPLUS หรือตัวแทนจำหน่าย BFGOODRICH ทั่วประเทศ เพื่อรับสิทธิพิเศษและการดูแลหลังการขายระดับมืออาชีพ

เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขับขี่และดูแลรักษารถกระบะหรือเอสยูวี 4X4